5 หลักสำคัญหลังแมนยู ช็อกโดนเอฟเวอร์ตันตีเจ๊าทดเจ็บ เซ็ตพีซอีกแล้ว!

5 หลักสำคัญหลังแมนยู

 

5 หลักสำคัญหลังแมนยู

5 หลักสำคัญหลังแมนยู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะต้องย้อนกลับมามองดูนัดนี้ด้วยความเสียดายถ้าพลาดได้แชมป์พรีเมียร์ลีก เหตุเพราะพวกเขาเล่นเหนือกว่า เอฟเวอร์ตัน มากแล้วก็นำคู่ต่อสู้จนกระทั่งช่วงต่อเวลาพิเศษเจ็บ ในที่สุดทำคะแนนตกแบบเฉย คงจะจะต้องดูลูกทีมของ คาร์ดล อันเชล็อตติ ที่สู้ไม่ถอยจริงๆเกมนี้มีหลักสำคัญจำนวนมากให้เอ่ยถึง มาเจาะลึกกันครั้งละข้อเลย

5 หลักสำคัญหลังแมนยู

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ หงส์แดง แย้มว่า อลีสซง เบ็คเกอร์, ฟาบินโญ่ แล้วก็ ซาดิโอ มาเน่ สามผู้เล่นกำลังสำคัญ คงจะกลับมาลงไปในสนามช่วยทีมได้ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ ที่ “ลิเวอร์พูล” มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ.นี้

ดังนี้ อลีสซง (ป่วยไข้), ฟาบินโญ่ (เจ็บ) รวมทั้ง มาเน่ (เจ็บ) ต่างไม่ได้ช่วยทีมในเกมปัจจุบันที่ หงส์แดง พลิกล็อกแพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน คาบ้าน 0-1 เมื่อวันพุธที่ 3 ก.พ. ก่อนหน้านี้    “ซาดิโอ และก็ ฟ๊าบ (ฟาบินโญ่) จะร่วมซ้อมกับทีมในวันนี้ ต่อจากนั้นพวกเราก็จะได้ทราบกัน ส่วน อาลี่ (อลีสซง) อาการดียิ่งขึ้นมากแล้ว ซึ่งก็ดีแล้วพอที่จะลงฝึกซ้อมแบบแยกคนเดียวได้” ยอดที่ปรึกษาชาวเยอรมันวัย 53 ปี กล่าว  เดี๋ยวนี้ หงส์แดง รั้งที่สี่ ในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก โดยมี 40 แต้ม จากการลงแข่งขัน 22 นัด ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง ที่ลงเตะน้อยกว่า 1 นัด 7 แต้ม

1. ทอฟฟี่ของถูกใจคาวานี่

5 หลักสำคัญหลังแมนยู

เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เวลาอยู่โดยประมาณเกือบจะครึ่งชั่วโมงก็สามารถปลดล็อกประตูแรกได้แล้วซึ่งคนยิงไม่ใช่ผู้ใดที่แหน่งใด เขาเป็น “เอล มาทาดอร์” เอดินสัน คาวานี่ นั่นเอง นี่เป็นประตูที่ 7 ของเขากับ “ปีศาจแดง” รวมทุกรายการแล้วก็เป็นอีกรอบที่เขาโชว์ให้เห็นถึงการยืนตำแหน่งที่เพอร์เฟคในจุดโทษและก็การโหม่งประตูที่เด็ดขาด

ย้อนกลับไปเมื่อพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา คาวานี่ เปิดฉากประตูแรกในพรีเมียร์ลีกด้วยการยิง เอฟเวอร์ตัน ในช่วงท้ายเกม ถัดมาในศึกคาราบาว คัพ เขาก็เป็นคนซัดประตูสุดงามท้ายเกมเขี่ย “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ตกรอบ มาเกมนี้แนวรุกชาวอุรุกวัยโขกประตูใส่ทีมเดิมอีกแล้ว 3 ประตูกับ 3 เกมที่พบกับ เอฟเวอร์ตัน คาวานี่ คงจะถูกชะตากับทีมนี้จริงๆ

 

2. รูปเกมดีแต่เสียสมาธิ

5 หลักสำคัญหลังแมนยู

ถ้าคนไหนกันมองผลที่เกิดจากการแข่งขันสิ่งเดียว คงจะมีความคิดว่าเป็นเกมที่แลกกันสุดสนุกแต่ว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ข้อเท็จจริง แมนฯ​ ยูไนเต็ด เล่นได้เหนือกว่าทาง เอฟเวอร์ตัน อย่างแจ่มแจ้งทั้งยังการครอบครองบอล (62%) และก็จังหวะทำประตู (14 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง) ซึ่งพวกเขาก็ได้มาถึงสองประตูในครึ่งแรกจากความยอดเยี่ยมของ เอดินสัน คาวานี่ รวมทั้งประตูสุดงามของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

แม้กระนั้นเริ่มครึ่งหลังมา เอฟเวอร์ตัน รัวสองประตูรวดในนาทีที่ 49 แล้วก็ 52 ซึ่งเกิดขึ้นมาจากความบกพร่องของเกมรับอีกทั้ง ดาบิด เด เคอา ที่ปัดบอลเข้าทางคู่ต่อสู้และก็ เฟร็ด ที่หลุดตัวประกบ “ผีแดง” เหมือนเสียสมาธิไปชั่วขณะเวลาหนึ่งรวมทั้งเป็นทาง เอฟเวอร์ตัน ที่ขโมยจังหวะนั้นไว้ได้อย่างคุ้ม

ต่อจากนั้นรูปเกมก็กลับมาราวกับครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าพบคู่ต่อสู้รวมทั้งมาทำคะแนนขึ้นนำได้จากลูกโหม่งของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ จนถึงเกมดำเนินมาถึงทดเวลาเจ็บ “ผีแดง” ที่ชวดจังหวะทำคะแนนเพิ่มก็เลยถอยลงไปตั้งรับและก็ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ที่ถูกส่งลงมาด้านหลังเกมก็มาพลาดทำฟาวล์คู่ปรปักษ์กึ่งกลางสนาม

ในที่สุดฟรีคิกกลางสนามนี่แหละทำให้ “ผีแดง” จำต้องน้ำตาตกเนื่องมาจาก คัลเวิร์ต-ลูวิน ทำประตูตีเสมอแบบเจ็บแสบโดยที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยืนห้อยเป็นตัวในที่สุดทำให้ คัลเวิร์ต-ลูวิน ไม่ล้ำหน้า เอฟเวอร์ตัน ใช้การยิงตรงกรอบ 3 ครั้งเปลี่ยนมันเป็น 3 ประตู จะต้องให้เครดิตผู้ร่วมทีม อันเชล็อตติ ที่ใช้จังหวะไม่สิ้นเปลืองจริงๆ

 

3. ลูกตั้งเตะเจ้าปัญหา

5 หลักสำคัญหลังแมนยู

จากข้อ 2 เอามาสู่ข้อ 3 ประตูของ คัลเวิร์ต-ลูวิน นำมาซึ่งการทำให้ “ผีแดง” กลายเป็นทีมที่เสียประตูสูงที่สุดในบรรดาท็อป 10 หรือครึ่งบนของตารางในขณะนี้ และก็เป็นอีกทีที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียประตูจากลูกเซ็ตพีซซึ่งคราวนี้ก่อให้เกิดผลกระทบหายถึงชวดสามแต้มอย่างยิ่งจริงๆ

เมื่อมองสถิติแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เสียประตูจากลูกเซ็ตพีซเยอะที่สุดเป็นที่ 3 ของลีก โดยเสียไปทั้งหมดทั้งปวง 9 ประตูร่วมกับ คริสตัล พาเลซ นับว่าเป็นข้อด้อยที่ โซลชา จำเป็นต้องปรับแต่งโดยเร่งด่วน หากแม้พวกเขามีปราการหลังเจ้าเวหาอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่เอาชนะลูกในอากาศอันดับที่หนึ่งของพรีเมียร์ลีกแต่เสียประตูจากลูกเซ็ตพีซบ่อยมากอย่างยิ่ง

ถ้าหากจะโทษแม็กไกวร์ผู้เดียวก็คงจะไม่ได้ แต่ว่าเขาเป็นกัปตันทีมจำเป็นต้องรอจัดระบบซึ่งจำเป็นต้องทำเป็นดีมากกว่านี้ มองเห็นได้จากรูปด้านบนการเช็กล้ำหน้ายังมีจุดบกพร่องอย่างแจ่มแจ้ง โซลชาเคยกล่าวถึงปัญหาด้านการป้องกันลูกเซ็ตพีซมาแล้วขณะที่พวกเขาเสียทีให้กับ จอห์น สโตนส์ ของ แมนฯ ซิตี้ จนถึงไม่เข้ารอบ คาราบาว คัพ แม้กระนั้นจวบจนตอนนี้พวกเขายังแก้ประเด็นนี้ไม่ได้พลาดท่า ต่อจากนี้อาจจำต้องมองกันถัดไปโซลชาจะติวเข้มเช่นไรกับปัญหานี้

 

4. ป็อกบาเจ็บเสียหายหนัก

5 หลักสำคัญหลังแมนยู

เว้นแต่เกมนี้ “ผีแดง” จะทำคะแนนร่วงอย่างโชคร้ายแล้ว สิ่งที่เจ็บช้ำมากกว่าเป็นพวกเขาจำต้องเสีย ปอล ป็อกบา ที่ได้รับบาดเจ็บจนถึงเล่นต่อไม่ไหว ราวกับเจ้าตัวจะมีลักษณะอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อขาขวาภายหลังจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีม ท้ายที่สุดเขาจำเป็นต้องถูกสลับตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 39 รวมทั้งให้ เฟร็ด ลงมาเล่นแทนซึ่งจากนั้นประสิทธิภาพเกมรุกของทีมดร็อปลงไปโดยยิ่งไปกว่านั้นลูกยิงจากแถวสองที่ เฟร็ด ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก

ปอล ป็อกบา กำลังอยู่ในตอนฟอร์มร้อนแรงภายหลังช่วยทำประตูชัยในเกมกับ เบิร์นลี่ย์ รวมทั้ง ฟูแล่ม จนได้รับรางวัลนักฟุตบอลเยี่ยมยอดของสโมสรประจำเดือนเดือนมกราคมก่อนหน้านี้ โชคร้ายที่เขาจำเป็นต้องมาบาดเจ็บและก็จำเป็นต้องกลับไปเรียกฟอร์มใหม่อีกรอบ อาจต้องตามกันถัดไปว่าเขาจำเป็นที่จะต้องพักเป็นระยะเวลาที่ยาวนานขนาดไหน

หากว่าเขาจะต้องหยุดไม่มีกำหนดมันจะทำให้เกิดผลเสียหายยิ่งใหญ่ต่อทีมที่กำลังลุ้นแชมป์อยู่เวลานี้ แม้กระนั้น โซลชา มีนักเตะให้เลือกมากในตำแหน่งกองกลางไม่ว่าจะเป็น เนมานย่า มาติช, เฟร็ด หรือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค นี่จะเป็นจังหวะที่พวกเขาทั้งยังสามจะได้แสดงความสามารถแบบเต็มพิกัด โดยยิ่งไปกว่านั้น ฟาน เดอ เบ็ค ที่ปริมาณเกมที่ลงเล่นยังน้อยอยู่

 

5. ขาดความเก๋า

5 หลักสำคัญหลังแมนยู

การเสมอนัดนี้นำมาซึ่งการทำให้ โซลชา ทำสถิติไม่ดีอีกแล้วเนื่องจากว่านี่เป็นเพียงแต่ครั้งที่สองเพียงแค่นั้นในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด แล้วนำคู่ปรับตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปในครึ่งแรกแม้กระนั้นพลาดคว้าแชมป์ ซึ่งทีแรกเกิดขึ้นในเกมเสมอ เวสต์บรอมฯ 2-2 ในปี 2010

แมนฯ ยูไนเต็ด ทำคะแนนร่วงถึง 7 แต้มจาก 11 วันก่อนหน้าที่ผ่านมา สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาขาดความนิ่งแล้วก็ความเก๋าสำหรับในการลุ้นแชมป์ นักฟุตบอลของโซลชาชุดนี้ยังมีประสบการณ์สำหรับในการลุ้นโทรฟี่ไม่เพียงพอ เมื่อพบแรงกดดันมากๆพวกเขาก่อข้อผิดพลาด อย่างที่มองเห็นในเกมแพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนที่ผ่านมาซึ่งตอนต้นหลานคนมีความรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ แต่ว่าถัดมาการเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ก็คงจะได้เด่นชัดว่า “ผีแดง” จำต้องทำการบ้านให้หนักเยอะขึ้น

ไม่เคยทราบว่าการทำคะแนนร่วงคราวนี้จะเสียหายมากแค่ไหน จะต้องขึ้นกับเกมบิ๊กแมตช์ หงส์แดง ปะทะ แมนฯ ซิตี้ ในคืนวันนี้ด้วย แต่ว่าที่สำคัญเลยพวกเขาจะต้องนำความเจ็บปวดรวดร้าวนี้ไปเป็นบทเรียนและก็จะต้องไม่พลาดบ่อยๆแบนี้อีก

 

ติดตามข่าวได้ที่

เว็บข่าวกีฬา

Facebook Fanpage

sportsnews891