ไม่ใช่บ๊วยก็ติดคอได้ ! เจาะ 5 หลักสำคัญ หงส์แดง หมดฤทธิ์โดน ไบรท์ตัน ตบคาแอนฟิลด์

ไม่ใช่บ๊วยก็ติดคอได้

ไม่ใช่บ๊วยก็ติดคอได้

ไม่ใช่บ๊วยก็ติดคอได้

เพิ่งทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” สุขสบายได้เพียงแค่สองเกม ปัจจุบันนี้ หงส์แดง กลับมาอยู่ในขั้นวิกฤติเกมรุกอีกรอบ เมื่อไม่สามารถที่จะเจาะตาข่าย ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน แถมยังโดนทีมเยือนสอยคาถิ่นแอนฟิลด์ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 3 ก.พ.ก่อนหน้านี้

ไม่ใช่บ๊วย ก็ติดคอได้

การที่ทีมขาด ซาดิโอ มาเน่ มีผลกระทบต่อเกมรุกของพวกเขาอย่างแท้จริง โดย เซอร์ดาน ชากีรี่ ไม่สามารถที่จะสร้างสรรค์เกมได้เลย ในขณะ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เล่นไม่ออก แถมได้โอกาสก็ดันยิงไม่ดี ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พยายามที่จะปั้นเกมสุดแท้แต่ก็ไม่อาจจะเจาะเกมรับ “เจ้านกนางนวล” ได้สำหรับความปราชัยในเกมนี้นำมาซึ่งการทำให้ “ลิเวอร์พูล” ตกไปอยู่อันดับ 4 มีเพียงแค่ 40 คะแนนแค่นั้น ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงถึง 7 แต้ม และก็ยังแข่งขันมากยิ่งกว่า 1 แมตช์ ที่สำคัญเกมถัดไปจำต้องจัดการ “เรือใบสีฟ้า” ถ้าหากแพ้ อาจจะต้องกล่าวลาการป้องกันแชมป์ไปได้เลย

 

1. เกมรุกกลับมาฝืดอีกแล้ว

ภายหลังที่โชว์ฟอร์มโหดชนะ 3-1 ในเกมเจอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แล้วก็ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เดี๋ยวนี้แนวรุกของ หงส์แดง กลับมาอยู่ในฟอร์มเดิมๆอีกทีเสมือนเวลาที่พวกเขาคลำหาชัยไม่ได้เลยในเกมลีก 5 แมตช์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และก็ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กำลังคืนกลับฟอร์มเก่ง แต่ว่า มาเน่ ดันมาบาดเจ็บทำให้ 2 เกมหลังสุดไม่มีเขาปฏิบัติภารกิจติดต่อประสานงาน ซึ่งทำให้เกมรุกขาดความไหลลื่น โดยยิ่งไปกว่านั้นในแมตช์กับ ไบรท์ตัน

ถึงแม้ว่าจากสถิติ “เดอะ เร้ดส์” จะครอบครองเกมเหนือกว่า แต่ว่าจังหวะการทำประตูแทบจะไม่มีให้เห็น ที่เด่นชัดก็อาจเป็นจังหวะของ “บังโม” ในตอนต้นเกม แต่ว่าดันยิงนกตกปลา ในตอนที่การเปิดบอลริมเส้นยังคงไม่มีประสิทธิภาพดังเดิม

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไม่อาจจะครอสบอลงามๆเสมือนที่เคยทำเป็นในตอน 2-3 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เวลาเดียวกันพอเพียงโดนเกมรุกของ ไบรท์ตัน โต้กลับ แนวรับของ “ลิเวอร์พูล” ก็ป่วนปั่นเช่นเดียวกัน ในที่สุดก็โดนส่องประตูจนได้ งานนี้ก็จำต้องยกเครดิตให้กับเกมรับของ ไบรท์ตัน ที่เล่นได้อย่างมีระบบระเบียบ แทบจะไม่หลุดต่ำแหน่ง ในตอนที่เกมรุกอาศัยจังหวะฉาบฉวยได้ดี กระทั่งทำให้เกิดประตูชัย

 

2. นกนางนวลพร้อมโผบินเมื่อมีโอกาส

เนื่องจากว่าแนวรับของ หงส์แดง ค่อนข้างจะบอบบาง ดังนี้ เกรแฮม พอตเตอร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลไบรท์ตัน ก็เลยย้ำสมาชิกเมื่อได้โอกาสจำต้องเปิดเกมบุกเข้าใส่โดยทันที แล้วก็งานนี้ก็ได้ผลเพราะเหตุว่าครั้งใดก็ตาม “เดอะ ซีกัลล์ส” ทำเกมขึ้นมาพวกเขาสามารถป่วนปั่นเจ้าของบ้านได้ตลอด

สตีเว่น อัลซาเต้, โซโลม่อน มาร์ช และก็ เลอันโดร ทรอสซาร์ เดินเกมรุกได้อย่างมีคุณภาพ ในช่วงเวลาที่ อีฟส์ บิสซูม่า คุมเกมแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม จัดการ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และก็ ติอาโก้ อัลกันตาร่า จนถึงเล่นไม่ออก แถมยังรอช่วยเกมรับ จนถึงทำให้แนวรุกของ หงส์แดง เล่นไม่ถนัด

แท็กติกของ พอตเตอร์ ไม่เน้นย้ำครอบครองเกมสู้อยู่แล้ว เพราะว่าเขาทราบว่าประสิทธิภาพของสมาชิกคงจะไม่อาจจะฟัดกับ หงส์แดง ตรงๆแต่ว่าขั้นต่ำๆเจ้าตัวก็กล้าที่จะให้นักฟุตบอล “นกนางนวล” อุตสาหะวิ่งตามกดดันสูงเพื่อทำลายจังหวะสำหรับการตั้งเกมของ “ลิเวอร์พูล” และเห็นผลซะด้วยไบรท์ตัน เล่นอย่างทรหดอดทน ในขณะ หงส์แดง ดูราวกับว่ารนราน แล้วก็ท้ายที่สุดทีมเยือนก็มาได้ประตูที่อยาก จากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจอุด เนื่องจากเมื่อใดก็ตามมีจังหวะเล่นเกมบุกก็จะรีบจู่โจมในทันที แล้วก็ได้โอกาสบวกสกอร์เพิ่มด้วย

5 แมตช์หลังสุดในลีกพวกเขาแพ้เพียงแค่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงแค่เม็ดเดียวแค่นั้น แล้วก็เสมอ ฟูแล่ม แบบไม่มีสกอร์ นอกเหนือจากนี้ปราบทีมใหญ่อย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, ลีดส์ ยูไนเต็ด แล้วก็เหยื่อรายปัจจุบันก็คือ หงส์แดง แถมเสียเพียงแค่ประตูเดียวในเกมกับ “เรือใบสีฟ้า”

 

3. สามผู้เล่นสำรองลงมาไร้ประโยชน์

 

เกมที่เจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด นั้น คล็อปป์ เปลี่ยน เคอร์ติส โจนส์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน แล้วก็ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงในสนามในครึ่งหลัง ก่อนที่จะเอามาสู่สามประตูที่ยอดเยี่ยมทำให้พวกเขาบุกปราบ “ขุนค้อน” ราบคาบ

สำหรับแมตช์นี้ แปลงเป็นว่า 3 ผู้เล่นสำรองอย่าง โจนส์, แชมเบอร์เลน และก็ โอริกี้ ถูกส่งลงมาโดยที่ไม่อาจจะช่วยทำให้กำเนิดการเปลี่ยนแปลงในเกมได้เลย โดยยิ่งไปกว่านั้นในรายของ โอริกี้ นอกเหนือจากการที่จะไร้ประโยชน์แล้ว ยังเล่นขวางจนกระทั่งทำให้ทีมเสียจังหวะ

จุดนี้เป็นสิ่งที่ หงส์แดง จำเป็นต้องเห็นด้วยว่าขุมกำลังในเชิงลึกของพวกเขา สู้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ เพราะเหตุว่าด้วยปัญหาที่มีนักเตะเจ็บล้นทีม ประกอบกับผู้เล่นสำรองไม่สามารถที่จะตอบแทนตัวจริงได้ ก็เลยเกิดเรื่องยากที่ “ลิเวอร์พูล” จะสามารถกลับเหตุการณ์เมื่อในตอนที่ทีมตกอยู่ในคราวคับขัน

ขณะนี้สาวก “เดอะ ค็อป” คงจะจะต้องลุ้นให้ มาเน่ ฟิตบริบูรณ์พร้อมลงดวล แมนฯ ซิตี้ ในแมตช์ถัดไป รวมถึงภาวนาให้ ดีโอโก้ โชต้า หายเจ็บให้เร็วที่สุด เนื่องจากว่าถ้าได้ทั้งคู่คนนี้กลับมาช่วยทีม แน่ๆว่าเกมรุกของแชมป์เก่าจะมีความหลากหลาย รวมทั้งอันตรายอย่างยิ่งขึ้น

 

4. เคลเลเฮอร์ ทำดีที่สุดแล้ว

สงสัย อสีสซง เบ็คเกอร์ อาจจำเป็นต้องทำเรื่องสเดาะเคราะห์ซะหน่อยแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาเขาเคยมีปัญหาเจ็บหัวไหล่ แล้วก็สะโพกตอนต้นฤดูนี้ ปัจจุบันก็ไม่ได้ลงเฝ้าเสา เนื่องจากดันมาป่วยไข้ทำให้ คล็อปป์ จำเป็นที่จะต้องใช้ ควีวิน เคลเลเฮอร์ ทำหน้าที่แทนจะว่าไปแล้ว เคลเลเฮอร์ เคยได้โอกาสลงเฝ้าเสาเปิดตัวในเกมลีกที่สังกัดเดิมต้อน วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ 4-0 เมื่อตอนต้นธันวาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยเขาโชว์ฟอร์มได้ดีมากๆเลยทีเดียว สำหรับในเกมนี้เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำผลงานขี้ริ้วขี้เหล่อะไร แถมยังมีชอตเซฟสำคัญด้วย

โชคร้ายที่ นายทวารชาวไอร์แลนด์ ไม่อาจจะช่วยทำให้ หงส์แดง เก็บ 3 คะแนนในเกมนี้ แม้กระนั้นก็อาจโทษเขาไม่ได้ เนื่องมาจากจังหวะที่เสียประตู นับว่าเป็นเรื่องที่สุดวิสัยจริงๆแถมดูอย่างกับว่าชะตากรรมวาสนาอยากให้ ไบรท์ตัน ได้ประตูด้วย

ที่สำคัญ เคลเลเฮอร์ ยังช่วยเซฟไม่ให้ หงส์แดง จำเป็นต้องแพ้มากยิ่งกว่า 1 ประตู ด้วยเหตุนี้เมื่อจบเกม นายทวารดาวรุ่งวัย 22 ปี ยอดเยี่ยมในนักฟุตบอลไม่กี่คนของ “เดอะ เร้ดส์” ซึ่งสามารถเดินออกมาจากสนามด้วยความภาคภูมิกับผลงานของตน

 

5. ดูเพียงแค่ท็อปโฟร์ดียิ่งกว่า

ถึงแม้ว่าเกมลีกจะผ่านไปเพียงแต่ 22 เกมก็ตาม คะแนนระหว่าง หงส์แดง กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูง ถึง 7 คะแนน แถม “เรือใบสีฟ้า” ยังแข่งขันน้อยกว่า 1 นัด โดยเหตุนี้ในตอนนี้ “ลิเวอร์พูล” คงจะไม่ต้องไปคิดเรื่องป้องกันแชมป์แล้ว แม้กระนั้นควรจะดูหัวข้อการติดท็อปโฟร์เอาไว้ก่อน

นอกเหนือจากนั้นเกมหน้า หงส์แดง เปิดรังแอนฟิลด์ต่อกร “เรือใบสีฟ้า” ที่ฟอร์มกำลังโหดไม่แพ้ทีมใด 13 ครั้งติดต่อกันในทุกรายการ และไม่เสียประตูในลีก 6 เกมต่อเนื่องกัน สวนกับ “เดอะ เร้ดส์” ที่เดี๋ยวนี้พร้อมแพ้ให้กับทุกทีมไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน

อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ หงส์แดง ชอบชี้ให้เห็นก็คือตอนที่พวกเขาเจอกับทีมใหญ่ ชอบแงะฟอร์มเทวดาออกมาได้เสมอ แล้วก็งานนี้ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ห้ามประมาท เนื่องจากมั่นใจว่า คล็อปป์ คงย้ำผู้ร่วมทีมไม่ให้แพ้คาแอนฟิลด์ เป็นเกมที่ 3 ต่อเนื่องกันแน่ๆ

งานนี้มั่นใจว่าเกมสุดสัปดาห์นี้คงจะมีแฟนบอลเฉพาะกิจจำนวนหลายชิ้นที่ต้องการมองเห็น หงส์แดง ระเบิดพลังแอบแฝงดับว่าความรุนแรงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยเหตุว่าถ้าเกิดพวกเขาเอาชนะได้ จังหวะสำหรับในการลุ้นแชมป์จะเปิดกว้างเยอะขึ้นเรื่อยๆ หากแม้ “ลิเวอร์พูล” จะมีเกี่ยวข้องเพียงแค่เล็กๆน้อยๆก็ตาม

ติดตามข่าวได้ที่

เว็บข่าวกีฬา

Facebook Fanpage

sportsnews891