เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ฝัง “นักบุญ” โหดคาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เจาะประเด็นแมนยู

เจาะประเด็นแมนยู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟื้นคืนชีวิตอย่างโหดเหี้ยมหลังจัดการฝัง “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน เละจนกระทั่งหาทางกลับบ้านไม่พบด้วยสกอร์ 9-0 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 2 ก.พ. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

จะว่าไปแล้วเกมนี้คงจะจบตั้งแต่สองนาทีแรกเมื่อทีมเยือนเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนหลัง อเล็กซานเดอร์ ยานเควิตซ์ ทำฟาวล์น่าเกลียดใส่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ แล้วหลังจากนั้นขณะที่เหลือรูปเกมออกมาแบบไหนมองได้จากสกอร์อาจจะเดาถูก

การยิงได้ 9 ประตูในเกมนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งผลต่างประตูได้เสีย 19 ลูกพอๆกับ หงส์แดง รวมทั้งตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงแค่ 5 ลูกแค่นั้น ที่สำคัญพวกเขากลายเป็นทีมที่ทำประตูเยอะที่สุดในลีกฤดูนี้ ด้วยเหตุนี้เพียงแค่แมตช์เดียวมีผลต่อความเคลื่อนไหวเยอะมากของ “ผีแดง” เผลอๆบางครั้งก็อาจจะเป็นแมตช์ที่ทำให้เกิดการบรรลุผลเมื่อจบฤดู 2020/2021 ก็ได้ ใครกันแน่จะไปทราบ !!!???!!

1. พลาดเองจำต้องโดนลงโทษ

พลาดเอง
ก่อนที่แมตช์นี้จะเปิดตัว ฟอร์มของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ไม่ได้ดีเด่อะไรเลย ภายหลังจากเกมลีกที่ชนะ หงส์แดง ตอนต้นปี ที่เหลือก็คือคำว่าแพ้รวดเรียบวุธ โดยเหตุนี้การมาเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โอกาสที่จะกลับบ้านมือเปล่ามีค่อนข้างจะสูง แต่ว่าไม่คิดว่าเกมมันจะจบตั้งแต่สองนาทีแรก

ประเด็นนี้โทษคนใดไม่ได้นอกเหนือจากการเข้าบอลที่กะพรวดกะพราดขนาดสติของ อเล็กซานเดอร์ ยานเควิตซ์ แข้งดาวรุ่งวัย 19 ปีไปเปิดปุ่มอันตรายเข้าใส่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำให้ ไมค์ ดีน ไม่มีทางเลือกจะต้องแจกใบแดงเป็นการลงโทษ  ภายหลังที่เปิดปุ่มใส่ “แม็คโท” ยานเควิตซ์ ยังทำหน้ายอมรับสภาพไม่พร่ำบ่นสักคำ แล้วก็ทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลคนที่ 4 ในหน้าประวัติศาสตร์ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่โดนไล่ออกหลังจากที่เกมเปิดตัวมาได้เพียงแค่ 2 นาที
ยานเควิตซ์ คงจะได้ศึกษาจากประสบการณ์ในคราวนี้ หลังจากที่เขาได้สัมผัสเกมลูกหนังลีกสูงสุดเป็นแมตช์ที่ 2 รวมทั้งเป็นตัวจริงทีแรกให้กับ “เดอะ เซนต์ส” ในอนาคตเจ้าตัวคงอ่านเกมให้ดีมากยิ่งกว่านี้ก่อนจะเข้าบอล โดยยิ่งไปกว่านั้นกับการเล่นในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด !  สำหรับใบแดงที่ 2 ช่วยท้ายเกมจะต้องกล่าวว่าไม่มีผลอะไรมากเท่าไรนักด้วยเหตุว่านักฟุตบอลเซาธ์แฮมป์ตัน ยอมแพ้ไปตั้งแต่เวลาพักครึ่งแล้ว !!

2. สองฟูลแบ็กทำหน้าที่ได้อย่างเด่น

ฟลูแบ็ค
หนึ่งในเสียงวิภาควิจารณ์ที่เกี่ยวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอๆมันก็คือสองฟูลแบ็กของพวกเขาที่ไม่ค่อยได้ช่วยเหลือทีมมากเท่าไรนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สุดท้าย แม้กระนั้นเกมนี้ทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า แล้วก็ ลุค ชอว์ ทำหน้าที่ดังที่กล่าวถึงแล้วได้อย่างยอดเยี่ยม

ประตูแรกจำต้องบอกเลยว่ามาจากการทำงานด้วยกันได้อย่างยอดเยี่ยมของสองฟูลแบ็ก เมื่อ ชอว์ เป็นคนเปิดบอลจากฝั่งซ้ายให้ วาน-บิสซาก้า ที่วิ่งเติมจากฝั่งขวาจ่ายบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย เป็นการปลดล็อกเกมรุกของ “ผีแดง” แล้วก็ทำให้เกิดการทำประตูถล่มทลายจะว่าไปแล้วแมตช์นี้อาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวบุกปีกซ้าย-ขวาของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเล่นเกมบุกสบายๆด้วยเหตุว่าพวกเขาไม่ต้องไปห่วงเรื่องเกมรับเลย เพราะคู่แข่งขันมีผู้เล่นน้อยกว่าตั้งแต่ก่อนเวลา รวมทั้งทำเป็นเพียงแต่ตั้งรับสิ่งเดียวแค่นั้น  อย่างไรก็ดี ก็จะต้องยกเครดิตให้กับ ชอว์ กับ วาน-บิสซาก้า ที่เล่นได้อย่างสะดุดตาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติมเกมรุกทั้งคู่ฝั่ง ทำให้ทีมได้โอกาสสำหรับการเข้าทำมากมาย และก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดสกอร์ที่โหดห้ามอุทธรณ์ซึ่งสาวก “นักบุญ” คงจะไม่อยากจำ

3. เกมรุกกลับมาลงตัวอีกรอบ

รวมทีม
ตอนต้นมกราคมนี้ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาประเด็นการทำประตูพอสมควร พวกเขาซัดไปเพียงแค่ 6 ลูกในเกมลีกแค่นั้น แต่ว่าผลงานในแมตช์นี้ทำให้ฟอร์มการเล่นเกมรุกที่เคยดุเดือดคืนกลับมาทันครั้ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำประตูแรกในเกมลีกตั้งแต่แมื่อต้นเดือนม.ค. ระหว่างที่ เอดินสัน คาวานี่ ซัดประตูแรกในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้าน อองโตนี่ มาร์กซิยาล ลงมาเป็นตัวสำรองจัดการสอยสองประตูในเกมนี้ถือได้ว่าเป็นการเรียกความเชื่อมั่นและมั่นใจกลับมาได้อีกรอบ

ส่วน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับประตูของ แมนฯ ยูไนเต็ด 5 เกมลีกหลังสุด แมตช์นี้ก็จัดการทบต้นทบดอกยิงจุดลูกโทษ แล้วก็ทำแอสซิสต์ให้ แดเนี่ยล เจมส์ กับ มาร์กซิยาล ถือว่าเป็นการเรียกผลงานชั้นเยี่ยมแบบเดิมกลับมาอีกที การคว้า 3 คะแนนพร้อมสกอร์ขนาดนี้ แน่ๆว่าเป็นการปลอบขวัญแรงใจของพวกพ้อง “เร้ด เดวิลส์” ได้อย่างดีเยี่ยม ภายหลังที่ฟอร์มฝืดในเกมลีก 2 แมตช์ต่อเนื่องกัน

4. แรชฟอร์ด เดินหน้าทำลายสถิติตำนาน

ตำนานคนใหม่
จะต้องสารภาพว่า แรชฟอร์ด เป็นความภูมิใจของเหล่าสาวก “เร้ด อาร์มี่” ด้วยเหตุว่าเขาเป็นเด็กก้นกุฏิจากสถาบันลูกกรอกคึกคะนอง รวมทั้งปรับปรุงฝีเท้าจนถึงก้าวขึ้นอยู่ในทีมชุดใหญ่ในสมัยของ หลุยส์ ฟาน กัล ก่อนที่จะแปลงเป็นตัวหลักของทีมในขณะนี้

“หนูแรช” ไม่ได้มีดีเพียงแค่ความเร็ว แล้วก็ความชำนาญสำหรับการลากเลื้อยเพียงแค่นั้น จังหวะจบสกอร์ของเขาก็เฉียบคมมากมายๆหากแม้ในพักหลังๆบางครั้งก็อาจจะฟอร์มสะดุด แม้กระนั้นเจ้าตัวก็ยังคงมีประโยชน์ในเวลาที่ทีมเดินหน้าเปิดเกมบุกเข้าใส่คู่แข่งขัน
หากว่าเกมนี้ หัวหอกอาหารกลางวันเด็ก จะยิงได้เพียงแค่ประตูเดียว แต่ว่าเป็นประตูที่สื่อความหมายสำหรับเขามากมายๆด้วยเหตุว่าทำให้เวลานี้เจ้าตัวซัดไปแล้ว 83 ลูกในทุกรายการ เหนือกว่า เอริค “เดอะ คิง” คันโตน่า ตำนานสโมสร ที่เคยยิงให้ “ผีแดง” 82 ประตู

สำหรับรายถัดไปที่ แรชฟอร์ด จะยิงแซงหน้าก็คือ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานจอมปั่นฟรีคิกของทัพ “ผีแดง” ที่มีสถิติทำประตูให้กับ แมนฯ ยูฯ 85 ลูก ด้วยเหตุนั้นด้วยวัย รวมทั้งช่องทางลงในสนามมากมายขนาดนี้ แน่ๆว่าเขาอาจทำเป็นอยู่แล้ว  อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่ แรชฟอร์ด จำต้องทำให้ได้มากกว่าทำประตูก็คือการนำทีมคว้าชัยชนะพรีเมียร์ลีก ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นได้เพียงแค่ราชันไม่มีมงกุฎ !!

5. เกมเดียวคุ้มจริงๆ !!
สกอร์บอร์ดที่มองเห็นไม่ใช่เรื่องโป้ปดมดเท็จ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อน เซาธ์แฮมป์ตัน เละเทะแบบไม่เกรงใจสโมสรที่เคยปราบ หงส์แดง แชมป์เก่าเมื่อต้นปีนี้ ที่สำคัญสกอร์โอฬารขนาดนี้ทำให้ “ปีศาจแดง” ส่งผลต่างประตูได้เสียพอๆกับ ศัตรูร่วมลีกในทันที แถมยังเป็นทีมที่ทำประตูมากมายสุดในลีกด้วย

9-0

คงจะไม่ต้องบรรยายฟอร์มของ แมนฯ ยูฯ เพราะว่ามองอย่างไรพวกเขาก็เหนือกว่าแบบร้อยเปอร์เซนต์ เพราะเหตุว่ามีผู้เล่นมากกว่าตั้งแต่ 2 นาทีแรก ซึ่งเท่านั้นเองก็จัดว่าเกมจบไปเป็นระเบียบแล้ว ก็แค่ที่น่าไม่น่าเชื่อก็คือสกอร์กินขาดขนาดนั้น  หากแม้ช่วงท้ายเกมทีมเยือนจะโดนไล่ออกอีกคน แม้กระนั้นก็ไม่เป็นผลอะไรมากเท่าไรนัก เหตุเพราะแข้ง “นักบุญ” ยอมแพ้ไปตั้งแต่ครึ่งแรกแล้ว ก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะโดนยำใหญ่ขนาดนี้ แต่ว่าสิ่งจำเป็นก็คือฝั่งเจ้าของบ้านที่เว้นเสียแต่เก็บ 3 คะแนนสำคัญแล้ว พวกเขายังมีความฮึกเหิมในแมตช์ถัดไปที่จะเจอกับ เอฟเวอร์ตัน ด้วย

ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ หงส์แดง ที่จะต้องลงแข่งขันในวันพุธนี้ พวกเขาอาจรู้สึกบีบคั้นไม่น้อยเพราะว่าจะต้องเก็บชัยให้ได้ และก็ยังต้องพยายามทำประตูให้เยอะแยะ เพื่อรักษาความห่างของผลต่างประตูได้เสีย อย่าลืมว่าสิ่งนี้บางทีก็อาจจะเป็นตัวชี้วัดการคว้าชัยชนะลีกในช่วงฤดูกาลนี้ก็ได้

 

ติดตามข่าวได้ที่

เว็บข่าวกีฬา

Facebook Fanpage

sportsnews891