ปีศาจแดงสู้ได้ไหม?สถิติชนะขาดสุดในอีก 4 ลีกชั้นแนวหน้ายุโรป

ปีศาจแดงสู้ได้ไหม

ปีศาจแดงสู้ได้ไหม

ปีศาจแดงสู้ได้ไหม

การที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 9-0 เมื่อวันอังคารที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนหน้าที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาทาบสถิติการชนะด้วยสกอร์ที่กินขาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ โดยแต่ก่อน “ปีศาจแดง” ก็เป็นเจ้าของสถิตินี้อยู่แล้วหลังเคยกระหน่ำ อิปสวิช ทาวน์ 9-0 เมื่อปี 1995 เวลาที่ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็เคยมีส่วนร่วมกับสถิตินี้แบบเดียวกัน เพียงแค่ของพวกเขาเป็นฝ่ายแพ้จากการที่ปราชัย เลสเตอร์ ซิตี้ 0-9 เมื่อปี 2019

ปีศาจแดงสู้ได้ไหม

ดังนี้ แต่ละลีกต่างก็มีสถิติเป็นของตนเอง ด้วยเหตุดังกล่าววันนี้พวกเราจะมาทดลองดูกันว่าในอีก 4 ลีกชั้นแนวหน้าของทวีปยุโรป อันประกอบไปด้วย บุนเดสลีกา เยอรมัน, ลา ลีกา สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และก็ ลีก เอิง ฝรั่งเศส นั้น สถิติการชนะที่กินขาดที่สุดของแต่ละลีกมันคืออะไรกันบ้าง

– ลีก เอิง ประเทศฝรั่งเศส

ลีกเอิง
สถิติชนะขาดที่สุดของ ลีก เอิง เกิดขึ้นในช่วงฤดูกาล 1935-36 โดยวันนั้น โซโชซ์ ลงดวลกับ วาล็องเซียงส์ โดยถ้าเกิดย้อนไปในฤดูกาลก่อนหน้านั้นสถานะของทั้งสองแตกต่างฟ้ากับเหวเพราะว่า โซโชซ์ เป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสในฤดูกาล 1934-35 ส่วน วาล็องเซียงส์ ด้อยกว่าแชมป์ของดิวิชั่น 2 จนได้ขึ้นชั้นมาเล่นในลีกสูงสุด

ฉะนั้น เพียงพอถึงเกมที่พบกัน โซโชซ์ เลยบ่งบอกถึงถึงความแตกต่างชั้นกันด้วยการไล่กระหน่ำ วาล็องเซียงส์ ไปแบบกินขาด 12-1 โดยในที่สุดแล้วฤดูกาลนั้น โซโชซ์ จบฤดูด้วยการเป็นที่ 4 ส่วน วาล็องเซียงส์ ตกชั้นกลับไปเล่นในลีกดิวิชั่น 2 อย่างเร็วในฐานะรองบ๊วย

 

– กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

กัลโซ่เซเรียอา
โตริโน่ เคยไปถึงเป้าหมายเป็นอย่างมากในตอนทศวรรษ 1940 ในเวลานั้นพวกเขาได้แชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลีสูงถึง 5 ยุค แล้วก็ยังเคยเป็นแชมป์ โคปปา อิตาเลีย 1 ครั้งด้วย แล้วก็ในช่วงฤดูกาล 1947-48 พวกเขาก็สร้างผลงานที่ยังเป็นประวัติศาสตร์ของ กัลโช่ เซเรีย อา มาจนถึงทุกวันนี้

สถิติดังที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการที่พวกเขาเปิดบ้านไล่ต้อน ยูเอส อเลสซานเดรีย กัลโช่ ไปแบบสบายๆ10-0 โดยที่ เอซิโอ้ โลอิค ทำผู้เดียว 3 ประตูในวันนั้น ในเวลาที่ จูเซ้ปเป้ เกรซาร์ กับ อิโอซิฟ ฟาเบียน ทำอีกคนละ 2 ลูก ซึ่งสุดท้าย “กระทิงหิน” ก็ได้แชมป์ลีกในช่วงฤดูกาลดังกล่าวข้างต้น ส่วน อเลสซานเดรีย พบชะตากรรมเดียวกับ วาล็องเซียงส์ นั่นเป็นตกชั้น

– ลา ลีกา ประเทศสเปน
ปัจจุบันนี้ บาร์เซโลน่า อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีชื่อชั้นเหนือกว่า แอธเลติก บิลเบา มากพอตัว แม้กระนั้นย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ทีมดังจากประเทศบาสก์ก็นับว่าเป็นหนึ่งในทีมที่เก่งอันดับหนึ่งของประเทศสเปน โดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนทศวรรษ 1930 ที่โหดเหี้ยมจนกระทั่งขั้นได้แชมป์ลีกหลายยุค

ลาลีกา

ดังนี้ ในช่วงฤดูกาล 1930-31 บิลเบา เคยทำให้ บาร์เซโลน่า ถึงกับเป๋หลังจากเปิดรัง ซาน มาเมส ไล่กระหน่ำ บาร์เซโลน่า ไปถึง 12-1 โดยที่ อากุสติน เซาโต้ อราน่า หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า บาต้า เป็นพระเอกของเกมนั้นจากการทำผู้เดียวถึง 7 ประตู โดยมันมีส่วนทำให้ บิลเบา ได้แชมป์ลีกในฤดูกาลนั้น ส่วน บาร์เซโลน่า จบฤดูด้วยการเป็นชั้น 4

– บุนเดสลีกา เยอรมัน
ฤดู 1977-78 โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แข่งขันแย่งแชมป์ลีกกับ เอฟเซ โคโลญจน์ อย่างถึงใจถึงอารมณ์ พวกเขาเบียดลุ้นแชมป์กันสนุกสนานจนกระทั่งขนาดที่ว่าก่อนลงเล่นนัดท้ายที่สุดของฤดูนั้นอีกทั้ง 2 กลุ่มมีคะแนนเสมอกัน เพียงแค่ โคโลญจน์ ส่งผลต่างประตูได้-เสียดีกว่า 10 ลูก

บูนเดสลีกา

ถึงกระนั้น กลัดบัค ก็ไม่ถอดใจง่ายๆ เพราะพวกเขามีดีกรีเป็นแชมป์ลีกมา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน “สิงห์หนุ่ม” เปิดเกมบุกอย่างเต็มที่ในนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่เปิดบ้านเจอกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งตอนนั้นเป็นทีมในกลุ่มกลางๆ ของตารางคะแนน และพอจบ 90 นาทีนั้นสกอร์ที่ออกมาก็คือ กลัดบัค ชนะไปถึง 12-0

น่าเศร้าที่มันไม่เพียงพอ เพราะในวันเดียวกัน โคโลญจน์ บุกไปชนะ ซังต์ เพาลี 5-0 ทำให้ กลัดบัค เสียแชมป์จากการมีผลต่างประตูได้-เสีย เป็นรอง โคโลญจน์ เพียงแค่ 3 ลูกเท่านั้น ขณะที่ ดอร์ทมุนด์ พอโดนถล่มเละแบบนั้นก็ทำให้ผลต่างประตูได้-เสีย กลายเป็น-14 เลย

 

ติดตามข่าวได้ที่

เว็บข่าวกีฬา

Facebook Fanpage

sportsnews891