กระตุ้นฟอร์มติอาโก้, ซาลาห์ ควรจะมี มาเน่ สนับสนุน ! เจาะ 5 สิ่งที่ คล็อปป์ จำเป็นต้องรีบปรับจูน หงส์แดง

กระตุ้นฟอร์มติอาโก้

กระตุ้นฟอร์มติอาโก้

กระตุ้นฟอร์มติอาโก้

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเยอรมัน กลับมาพบกับเหตุการณ์ที่ตกอับอีกรอบ ภายหลังที่พวกเขาพึ่งจะฟื้นคืนฟอร์มได้เพียง 2 เกมเพียงแค่นั้น แม้กระนั้นขณะนี้ นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช มีเรื่องมีราวให้ขบคิดอย่างมากเพื่อเรียกผลงานยอดเยี่ยมของพวกเขาคืนมาให้ได้ก่อนจะสายเกินปรับปรุงแก้ไข

กระตุ้นฟอร์ม ติอาโก้

สาวก “เดอะ ค็อป” เพิ่งจะได้ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อพวกเขาหยุดสถิติเลวร้ายไม่ชนะใครในลีก 5 เกมติดต่อกัน หลังบุกไปสอย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-1 ทั้ง 2 แมตช์ แต่แล้วทุกอย่างก็กลับมาอยู่จุดเดิมเมื่อดันแพ้คาแอนฟิลด์ต่อ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

ผลงานในเกมรุกที่น่าผิดหวังยังคงตามมาหลอกหลอนทัพ “เดอะ เร้ดส์” ขณะเดียวกันปัญหากองหลังบาดเจ็บก็ยังคงคุกคาม ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้ คล็อปป์ ต้องรีบจัดการแก้ปัญหาที่กำลังคุกคามฟอร์มการเล่นของทีมให้ได้เร็วที่สุด ไม่งั้นเกมต่อไปพบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขามีสิทธิ์ดับแดดิ้นคาบ้าน 3 แมตช์ติดต่อกันแหงๆ

 

1. ติอาโก้ ต้องพัฒนาฟอร์มด่วน

กระตุ้นฟอร์ม ติอาโก้

ผลงานของ ว่ากล่าวอาโก้ อัลกันตาร่า กับการเล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทีแรกจำต้องบอกเลยว่าไม่ได้ห่วย แม้กระนั้นก็ยังไม่ดีเหมือนอย่างที่แฟนบอลหงส์แดง มุ่งหวังเอาไว้ เนื่องจากเขาเคยทำเป็นเยี่ยมกว่านี้ยุคที่อยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค

ในเกมที่ “เดอะ เร้ดส์” ตี เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว แกรี่ เนวิลล์ เทียบเขากับ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ยุคที่เล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งบอกเลยว่าไม่ถูกจะต้องมากสักเท่าไรนัก เพราะเหตุว่า ว่ากล่าวอาโก้ จำต้องเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ โดยที่ไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แล้วก็ ฟาบินโญ่ เป็นตัวช่วยเหลือ เนื่องจากว่าทั้งสองโดนจับไปยืนเซนเตอร์แบ็กจำเป็นจะต้อง แทนก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ หรือ โจ โกเมซ ที่เจ็บยาว

เวลาที่ในเกมกับ ไบรท์ตัน บอกเลยว่า ติอาโก้ ไม่สามารถที่จะเล่นได้ในสไตล์ที่ถนัดของตน เมื่อเขาโดนแดนกลางทัพ “นกนางนวล” ไล่บี้แบบไม่ให้ได้โอกาสได้ปั้นเกม ส่วน เจมส์ มิลเนอร์ รวมทั้ง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ดันมานัดกันฟอร์มตกในแมตช์นี้ด้วย ยิ่งทำให้ ดาวเตะชาวสแปนิช ไม่สามารถที่จะงัดฟอร์มเก่งออกมาได้

กระตุ้นฟอร์ม ติอาโก้

ย้อนไปในเกมกับ เวสต์แฮม ช่วงครึ่งแรก ติอาโก้ มีโอกาสผ่านบอลสวยๆ ให้กับ ดิว็อค โอริกี้ เช่นเดียวกับเกมที่พบ ไบรท์ตัน เขาโชว์ทักษะที่ชาญฉลาดในการเล่นฟรีคิก จนเกือบทำให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้โอกาสยิงตีเสมอแต่น่าเสียดายที่ไม่สำเร็จ

สำหรับเกมที่จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าจะเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้โชว์ผลงานของตัวเอง เนื่องจากทั้ง 2 ทีมคงจะเปิดเกมรุกใส่กัน และทำให้เขาสามารถวิ่งหาพื้นที่ได้มากกว่าแค่การครองบอลเอาไว้กับตัว และมองหาผู้เล่นแนวรุกเพื่อส่งบอลต่อ

ที่สำคัญมีความเป็นไปได้ที่ ติอาโก้ จะได้ประสานงานในแดนกลางร่วมกับ กัปตัน “เฮนโด้” ซึ่งจะยิ่งทำให้เขามีอิสระในการเล่นเกมรุกมากยิ่งขึ้นด้วย
 

2. ทางแก้ปัญหาฟอร์มฝืด “โม ซาลาห์”

กระตุ้นฟอร์มติอาโก้

สิ่งที่เห็นได้ชัดสำหรับผลงานของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งก็คือเขาชอบเก็บบอลเอาไว้กันตนเองนานเกินความจำเป็น แน่ๆว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ “ลิเวอร์พูล” จะต้องพบ เนื่องจากว่าที่ผ่านมา แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กับ หลุยส์ ซัวเรซ ชอบทำเช่นกันในฤดูกาล 2013/2014 ซึ่งพวกเขาเกือบจะได้แชมป์ลีกอย่างยิ่งจริงๆ

อย่างไรก็แล้วแต่การที่ ซาลาห์ ไม่มี ซาดิโอ มาเน่ ค่อยช่วยประคับประคองเกมรุกอย่างในแมตช์เจอ ไบรท์ตัน ทำให้เขาจำเป็นต้องเผชิญกับปัญหาในการวิ่งหาพื้นที่เข้าทำประตู แน่ๆว่าส่วนหนึ่งส่วนใดจำต้องยกเครดิตให้กับเกมรับของ ไบรท์ตัน ที่จัดการ “บังโม” จนกระทั่งอยู่มือ

กระนั้น ซาลาห์ ยังคงมีจุดแข็งมันก็คือการเลี้ยงบอลจากซ้ายตัดเข้ามาตรงกลางรวมทั้งจ่ายบอลซุกก้นตาข่ายซึ่งจังหวะอย่างนี้ออกจะยากสำหรับในการรับมือ เช่นเดียวกับประตูแรกที่เขายิงได้ในเกมชนะ เวสต์แฮม เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว แต่ว่าก็อย่างที่บอกการขาด มาเน่ มีผลต่อเกมรุกของ “ลิเวอร์พูล” อย่างยิ่ง ฉะนั้น คล็อปป์ ก็เลยจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากการที่จับ ซาลาห์ ยืนตรงกลางแนวรุก

หาก สตาร์ลูกหนังชาวเซเนกัล ไม่สามารถที่จะลงในสนามในเกมต่อกร “เรือใบสีฟ้า” ได้ คล็อปป์ จำต้องตรึกตรองในหัวข้อนี้ การที่ให้ ซาลาห์ เล่นอยู่กึ่งกลางแนวรุกบางทีอาจจะสร้างความยุ่งยากให้กับเกมรับของ แมนฯ ซิตี้ ในการเดาสิ่งที่เขาทำเมื่อได้ครอบครองบอล รวมทั้งยิ่งลีลาท่าทางการกระตุกลากเลื้อยแบบ “บังโม” สำหรับเพื่อการจี้เข้าพบประตู คงจะทำให้เขาอันตรายอย่างยิ่งเพิ่มขึ้น

 

3. แนวรุกจำต้องดุเดือดป่านดนตรีเฮฟฟี่ เมทัล

ถึงแม้ หงส์แดง จะเป็นทีมที่มีเปอร์เซนต์สำหรับในการครองบอลเหนือกว่าคู่ต่อสู้ก็ตาม แม้กระนั้นพวกเขาไม่สามารถที่จะเปลี่ยนความได้เปรียบพวกนั้นเป็นประตู ที่สำคัญเกมรุกที่เคยขึ้นชื่อว่ารวดเร็วทันใจโหดระห่ำสไตล์เฮฟวี่ เมทัล กลายภาวะกลายเป็นเพียงแค่แจ๊สไปซะงั้น

ตอนหลายๆเกมที่ผ่านมาการเล่นเร็วของ หงส์แดง เวลาที่ได้ครอบครองบอลยังไม่ดีพอเพียง บางเกมพวกเขาถูกนำแม้กระนั้นทีมไม่ได้ดูอย่างกับว่าจะเร่งรีบเครื่องเพื่อทำคะแนนตีเสมอ และก็มองดูไปถึงการได้ 3 แต้ม แน่ๆว่าจังหวะการเล่นมีผลกับความเชื่อมั่น และก็ความเชื่อมั่นและมั่นใจในทีม

การเล่นเกมรุกที่รวดเร็วทันใจป่านสายฟ้าฟาดเหมือนที่พวกเขาเคยทำในตอน 2-3 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มีความสำคัญอย่างมากเมื่อทีมจำเป็นต้องเจอหน้ากับคู่ปรปักษ์ที่ตั้งจิตใจจะมาเล่นแบบย้ำเกมรับอย่างในแมตช์เจอ ไบรท์ตัน กับ เบิร์นลี่ย์ แม้กระนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยมีให้มองเห็นนับจากเทศกาลคริสต์มาสกระทั่งไปสู่ตอนต้น ก.พ.

หงส์แดง

ในความเป็นจริงแล้วในเกมกับ ไบรท์ตัน เจ้าของบ้านได้โอกาสดีมากๆตั้งแต่ต้นครึ่งแรกจากการวางบอลยาวตัดหลังแนวรับทีมเยือน แม้กระนั้น ซาลาห์ ดันยิงผ่านคานเฉย ในช่วงเวลาที่อีกจังหวะมาจากการเปิดบอลเลียดของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และเป็น “บังโม” คนเดิมที่ยิงพลาด

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ นายใหญ่ชาวเยอรมัน จะต้องปรับจูนเป็นการด่วนก็คือสไตล์การเล่นที่จะต้องเร็ว แม่นยำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประกันความอำมหิตของพวกเขา รวมถึง ซาลาห์ ที่จะต้องใช้จังหวะที่มีกลายเป็นประตูให้ได้

 

4. จับ “เฮนโด้” หรือให้ โจนส์ ลงปฏิบัติหน้าที่

ตอนก่อนหน้าที่ผ่านมา จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จำเป็นต้องสลับเปลี่ยนเล่นมิดฟิลด์กับปราการหลังมาตลอด ทำให้ผลงานของเขาขาดความเกี่ยวเนื่องหากว่าเขาจะทำเป็นดีรวมทั้งได้รับคำชื่นชมอย่างยิ่งจากแนวทางการทำหน้าที่เป็นกองหลังตัวกลาง ต้องก็ตาม

“เฮนโด้” เล่นได้อย่างเด่นในตำแหน่งแนวรับ โดยยิ่งไปกว่านั้นในเกมที่ชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และก็ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แต่ว่าอันที่จริงแล้วเขาจะเป็นประโยชน์กับทีมมากๆเมื่อยืนในตำแหน่งถนัดมันก็คือการเป็นโฮลดิ้ง กองกลาง และก็จะช่วยให้ ติอาโก้ เล่นได้สบายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็แล้วแต่แม้ เฮนเดอร์สัน ยังคงจำเป็นต้องยืนในตำแหน่งแนวรับถัดไป งานนี้ คล็อปป์ ควรจะเปิดโอกาส โจนส์ พอดีจริง ด้วยเหตุว่าดาวรุ่งรายนี้พิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าส่งผลต่อเกมรุกของ “ลิเวอร์พูล” อย่างยิ่ง โดยยิ่งไปกว่านั้นในเกมกับ เวสต์แฮม ที่เขาลงในสนามในตอนช่วงหลัง รวมทั้งจัดการแอสซิสต์ให้ ซาลาห์ ทำประตูโดยทันที แถมยังมีอีกหลายจังหวะที่ป่วนปั่นเกมรับ “ขุนค้อน”

โชคร้ายที่ คล็อปป์ ดันทำผิดพลาดเมื่อจับ โจนส์ ลงเป็นตัวสำรองในเกมกับไบรท์ตัน และก็กว่าจะเปลี่ยนเขาลงมาในสนามก็เหลือเวลาเพียง 10 กว่านาทีเพียงแค่นั้นทำให้นักฟุตบอลไม่อาจจะงัดฟอร์มช่วยทีมได้ ด้วยเหตุดังกล่าวด้วยฟอร์มของจอมบุกวัย 20 ปีสมควรที่จะลงเล่นตัวจริงพบ แมนฯ ซิตี้

ขั้นต่ำๆความใหม่ความฮึกเหิมของเจ้าหนูรายนี้ คงจะทำให้เกมแดนกลางของ หงส์แดง มีความดุเดือด และก็อันตรายอย่างยิ่งเพิ่มขึ้น

 

5. โปรแกรมเดือดที่ห้ามพลาดเด็ดขาด

พวกเขามีเกมสุดหินรออยู่หลายแมตช์เวลานี้ เริ่มด้วยการต่อกร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์ที่ 7 เดือนกุมภาพันธ์ ต่อจากนั้นก็ยังมีโปรแกรมปะทะ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม โดยทีมของ เบรนแดน ร็อดพบร์ส ยังคงฟอร์มแรง แล้วก็มีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้วย

ต่อไป “เดอะ เร้ดส์” จำต้องปะทะกับ แอร์เบ ไลป์ซิกข์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ครั้งแรก กอ่นที่จะกลับไปอยู่บ้านเพื่อออกศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ จัดการ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ที่สนามแอนฟิลด์

แน่ๆว่ากว่าใกล้จะถึงเกมกับ เอฟเวอร์ตัน อันดับในตารางลีกของทั้งคู่ทีมจะเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ว่าที่แน่นอนเหตุการณ์ในขณะนี้สโมสรคู่รักร่วมเมืองมีแต้มตามหลังแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 ยุค แค่เพียง 4 คะแนนแค่นั้น แต่ว่าแข้งน้อยกว่า 2 นัด งานนี้บอกเลยว่าแมตช์นี้อาจจะเดือดสุดๆ

 

ติดตามข่าวได้ที่

เว็บข่าวกีฬา

Facebook Fanpage

sportsnews891