ต้องได้ใช้เด็ก !หงส์แดงกองทัพผสมบุกอัดวิลล่าที่ใช้แข้งเด็กเหตุโดนพิษโควิด ศึกเอฟเอคัพ

ปกต้องได้ใช้เด็ก

ต้องได้ใช้เด็ก

ต้องได้ใช้เด็ก

ซาดิโอ มาเน่ ซัดสองประตูช่วย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล บุกไล่อัด “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า 4-1 โดยเกมนี้เจ้าถิ่นจำเป็นต้องใช้แข้งเด็กแบบชูทีมเหตุเจอพิษโควิดโจมตีผู้เล่นชุดใหญ่ นำมาซึ่งการทำให้หงส์แดงผ่านไปสู่รอบถัดไปอย่างไม่ยากเย็น ในศึกบอล เอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อวันศุกร์ที่ 8 เดือนมกราคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ต้องได้ใช้เด็ก

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 3

วันศุกร์ที่ 8 เดือนมกราคม 2564

แอสตัน วิลล่า 1 – 4 หงส์แดง

สนาม : วิลล่า พาร์ค

ศึกเอฟเอ คัพ รอบสาม 02.45 น. “หงส์แดง” เปลี่ยนแปลง 6 คนจากเกมที่แล้ว โดยแนวรับมี เนโก วิลเลี่ยมส์ ยึดแบ็กขวาพร้อม รีส วิลเลี่ยมส์ ลงเล่นกองหลังตัวกลาง ระหว่างที่แดนกลาง เคอร์ติส โจนส์ คุม แนวรุกพักเพียงแค่ ฟีร์มีโน่ ทำให้เป็นจังหวะของ มินามิโนะ ลงโชว์ฝีเท้า

ต้องได้ใช้เด็ก
ด้าน แอสตัน วิลล่า เจอพิษโควิดทำร้าย ทำให้ไม่มีนักฟุตบอลชุดใหญ่แม้กระทั้งผู้เดียวจัดการ จากการเปิดเผยพ่อค้าแข้งตัวหลักติดเชื้อถึง 10 คนด้วยกัน โดยจำต้องใช้ผู้เล่นจากทีมยู-23 ถึง 7 คน บวกกับอีก 4 ผู้ที่ถูกดันขึ้นมาจากชุดยู-18

 

เริ่มเกมได้เพียงแต่นาทีที่ 4 เพียงแค่นั้นหงส์แดงออกนำอย่างเร็ว 1-0 จากลูกเปิดข้างๆทางฝั่งขวาของ เคอร์ติส โจนส์ ที่ลอยโด่งโค้งมาเข้าหัว ซาดิโอ มาเน่ ได้สลัดชนเน้นย้ำๆเล่นทางแทรกเสาเข้าไปไม่เหลือโดย อากอส โอโนดี้ นายด่านเจ้าถิ่นเพียรพยายามทะยานตัวไปรับแต่ว่าไม่ถึง

ต้องได้ใช้เด็ก
กองทัพลิเวอร์พูลยังคงครอบครองเกมบุกได้มากกว่าอย่างมองเห็นไดัชัด นาทีที่ 10 เกือบจะได้ประตูลำดับที่สองโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดบอลโด่งตัดหลังแข้งวิลล่าไปถึง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุ ได้หลุดคนเดียวแล้วพยายามแปบอลเล่นทางไปเสาไกลแต่ว่าเสมือนจะคุมน้ำหนักไม่ดีทำให้หลุดออกข้างเสาอย่างโชคร้าย

 

เคลื่อนมาถึงนาทีที่ 21 ซาดิโอ มาเน่ แตะต้องบอลส่งต่อด้วยข้างเท้าให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ที่เพิ่มเติมขึ้นมารับก่อนที่จะตัดสินใจหวดด้วยเท้าขวาเต็มข้อหน้ากรอบจุดโทษแม้กระนั้นบอลกลับหลุดออกหลังไปไม่น่าเชื่อ

ต้องได้ใช้เด็ก
สองนาทีต่อมาวิลล่าตอบโต้กลับขึ้นมาบ้างเป็น ลู แบร์รี่ ที่ได้โอกาสเปิดบอลสุดริมเส้นฝั่งขวาหวังยัดไปให้สหายร่วมทีมในจุดโทษหงส์แดงแต่ว่าไม่ผ่าน เจมส์ มิลเนอร์ ที่ยืนดักแล้วหวดสะสางออกหลังไปได้

 

นาทีที่ 26 จากลูกเตะมุม ไวจ์นัลดุม ได้โอกาสลอยตัวยิงเหน่งๆแต่ว่าคุมแนวทางไม่ดีบอลบินผ่านคานออกไปคลาดโอกาสเพิ่มประตูอีกที

 

นาทีที่ 29 หงส์แดงได้ลุ้นบวกสกอร์เพิ่มเติมครั้งเมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ เพิ่มเติมเกมขึ้นมาก่อนพาบอลไปสุดริมเส้นฝั่งซ้ายแล้วเปิดไปเสาไกลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้โหม่งแต่ว่าดูเหมือนจะโดนไม่เต็มแถมน้ำหนักค่อยเกินความจำเป็นทำให้ลอยไปเข้ามือ อากอส โอโนดี้ รับไว้ไม่มีปัญหา

ต้องได้ใช้เด็ก
ผ่านมาถึงนาทีที่ 32 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พากเพียรฉุดกระชากบอลตัดริมเส้นกรอบจุดโทษก่อนที่จะจ่ายด้วยการดีดลูกหลังส่งให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้ตั้งป้อมเปิดบอลลอยโด่งแต่ว่าลึกเกินความจำเป็นกลายเป็นส่งเข้ามือ โอโนดี้ กระโจนคว้าไว้ไม่พลาด

 

สามนาทีถัดมาลิเวอร์พูลหวุดหวิดได้ประตูลำดับที่สองอีกทีจากจังหวะฉุดกระชากคนเดียวของ ซาลาห์ รอบๆกรอบจุดโทษทางฝั่งขวาก่อนโยกหลอกหน้าแข้งวิลล่าแล้วกดเลียดด้วยเท้าซ้ายเน้นย้ำๆแต่ว่าไม่ผ่าน อากอส โอโนดี้ ที่ล้มตัวปัดออกไว้ได้อีกที

ต้องได้ใช้เด็ก
หงส์แดงที่บุกเพลิดเพลินๆแล้วก็ดันเกมสูงเกือบจะครึ่งสนามกลับมาโดนตีเสมอเป็น 1-1 นาทีที่ 41 เมื่อถูกแข้งวิลล่าตัดบอลได้ไปอยู่ที่ คัลลัม โรว์ ก่อนเจ้าตัวจะส่งบอลตัดหลัง รีห์ส วิลเลียมส์ ไปให้ ลู แบร์รี่ ที่แทรกเอาชนะได้รวมทั้งใช้ความเร็วควบแซงหลุดโดดเดี่ยวเข้าไปแปเลือกมุมสวนตัว ควีวิน เคลเลเฮอร์ เข้าไปไม่เหลือซากทำเอา แบร์รี่ ออกอาการสาแก่ใจแบบสุดๆเหตุยิงยอดทีมระดับตำนานได้

 

ด้านหลังเกมนาทีที่ 45+1 กองทัพลิเวอร์พูลพยายามโหมบุกอย่างมาก มิลเนอร์ เปิดลูกเตะมุมยัดเข้าไปในกรอบจุดโทษวิลล่าก่อนที่จะถูกจัดการออกไปได้แม้กระนั้นดันไปเข้าทาง เฮนเดอร์สัน ได้หวดสวนเน้นย้ำๆแต่ว่าบอลก็ยังไปติดแข้งเจ้าถิ่นกระดอนออกไปพ้นเขตอันตราย

ต้องได้ใช้เด็ก
ผู้ครอบครองแชมป์พรีเมียร์ฤดูกาลปัจจุบันยังได้บุกสม่ำเสมอนาทีที่ 45+2 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้กดเน้นย้ำๆกลางกรอบจุดโทษบอลทำท่าจะโค้งเสียบเสาแต่ว่าถูกไม่ยอมรับโดย อากอส โอโนดี้ ที่พุ่งปัดเอาไว้ได้ด้วยปลายมือพูดได้ว่านายด่านวิลล่าเกมนี้รับศึกหนักแล้วก็โชว์ฟอร์มได้อย่างเข้าตา

 

จบครึ่งแรก หงส์แดง เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1

 

มาลุ้นต่อก่อนเริ่มครึ่งเวลาหลัง หงส์แดงมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยส่ง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ลงมาแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

 

นาทีที่ 49 กองทัพลิเวอร์พูลได้ลุ้นจากจังหวะหมุนตัวยิงบริเวรที่กลางกรอบจุดโทษของ ทาคุมิ มินามิโนะ แม้กระนั้นไม่ผ่าน โดมินิค เรวาน แผงหลังวิลล่าที่ล้มตัวเข้ามาขวางบล็อกเอาไว้ได้

ต้องได้ใช้เด็ก
หงส์แดง ครอบครองเกมไว้ได้แทบทั้งสิ้นยังคงสร้างสรรคโอกาสทำประตูขึ้นนำ นาทีที่ 52 ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา ไม่ลเนอร์ เปิดไปเข้าหัว ฟาบินโญ่ ที่เพิ่มขึ้นมาได้กระแทกเต็มหัวแม้กระนั้นดันไปตรงตัว โอโนดี้ รับเข้ามือไม่กระฉอกกระแฉก

 

นาทีที่ 54 หงส์แดงเสียโอกาสได้ประตูลำดับที่สองจากจังหวะต่อบอลสุดงามของ ติอาโก้ ที่จ่ายให้ เนโก้ วิลเลี่ยมส์ ที่เพิ่มเกมขึ้นมาทางฝั่งขวาได้เปิดบอลไปให้ ซาลาห์ ยิงจ่อๆไปติดเซฟของ โอโนดี้ จังหวะแรกแม้กระนั้นบอลยังกระเด้งมาเข้าทาง ซาลาห์ ซ้ำดาบสองเข้าไปแต่มีธงจากผู้ช่วยผู้ตัดสินยกให้เป็นลูกล้ำหน้าในจังหวะรับบอลของ วิลเลี่ยมส์ ก่อนหน้า

ต้องได้ใช้เด็ก
แม้กระนั้นแล้ว นาทีที่ 61 ความพยายามของหงส์แดงก็มาบรรลุความสำเร็จเมื่อได้ทางออกนำ 2-1 จากจังหวะทำเกมสุดเหนือชั้นโดย เนโก้ วิลเลี่ยมส์ ส่งบอลไปให้ ซาลาห์ ทางฝั่งขวาก่อนเจ้าตัวฉุดกระชากตัดเข้าไปในกรอบจุดโทษวิลล่าแล้วส่งให้ มินามิโนะ ที่เกี่ยวบอลไว้ได้ก่อนที่จะจ่ายย้อนไปไปให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ได้เลือกมุมแปเน้นย้ำๆทิ่มโคนเสาเข้าไปทำเอาตาข่ายสนั่นหวั่นไหว

 

ในจังหวะต่อมากองทัพลิเวอร์พูลเปลี่ยนแปลงผู้เล่นผู้ที่สองของเกมโดยส่ง เชอร์ดาน ชากิรี่ ลงมาแทน ทาคุมิ มินามิโนะ ที่โชว์ฟอร์มได้ดิบได้ดีแถมเป็นคนแอสซิสต์ให้ ไวจ์นัลดุม ซัดลูกที่ 2 อีกด้วย และก็ถอด เคอร์ติส โจนส์ ออกโดยส่ง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ลงมาเล่นแทน

ต้องได้ใช้เด็ก
เสมือนบอลลำพองใจกองทัพลิเวอร์พูลนำห่าง 3-1 นาทีที่ 63 ติอาโก้ ส่งบอลให้ ชากิรี่ ที่ยืนอยู่กึ่งกลางกรอบจุดโทษได้ชิพบอลสุดเหนือชั้นห้อยไปถึง ซาดิโอ มาเน่ ได้สลัดหัวโหม่งจ่ายบอลห้อยผ่าน อากอส โอโนดี้ ผู้รักษาประตูวิลล่าพี่พากเพียรกระโจนปัดแต่ว่าไม่ถึงเสียบใต้คานเสาไกลเข้าไปอย่างงดงาม และก็นับเป็นประตูลำดับที่สองของ มาเน่ ในเกมนี้อีกด้วย

 

ยิงได้ยิ่งไหลเป็นน้ำ นาทีที่ 65 หงส์แดง นำห่าง 4-1 เชอร์ดาน ชากิรี่ ส่งบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้หมุนตัวหวดด้วยเท้าซ้ายหักข้อในกรอบจุดโทษวิลล่าจ่ายบอลสวนตัว โอโนดี้ นายด่านเจ้าถิ่นบอลแทงโคนเสาเข้าไปไม่เหลือ

ต้องได้ใช้เด็ก
ผ่านมาถึงนาทีที่ 74 เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลเสมือนจะมีความเห็นว่าเกมกินขาดตัดสินใจเปลี่ยนอีก 2 แข้ง โดยส่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงมาแทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รวมทั้งส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาแทน ซาดิโอ มาเน่

 

นาทีที่ 84 โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้กดบอลในจุดโทษทางฝั่งซ้ายแต่ว่าบอลหลุดไปเข้าข้างตาข่ายทำเอาเจ้าตัวถึงกับออกอาการสุดผิดหวังในจังหวะนี้

ต้องได้ใช้เด็ก
นาทีต่อมา หงส์แดง เกือบจะจารึกสกอร์ไว้ในวิลล่า พาร์ค อีกตุงเมื่อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้กดเต็มข้อกลางกรอบจุดโทษระยะประมาณ 19 หลาบอลโค้งพุ่งแรงไปชนคานอย่างจังก่อนที่จะหลุดออกข้างหลังไปอย่างหวาดเสียว

 

ตอนที่เหลือยังคงยอดเยี่ยมทีมอย่างหงส์แดงที่ครอบครองเกมได้แทบทั้งสิ้นแต่ว่าไม่อาจจะผลิตสกอร์เพิ่มได้จบเกมบุกมาไล่อัด แอสตัน วิลล่า ชุดเด็กไป 4-1 นำมาซึ่งการทำให้กองทัพลิเวอร์พูลผ่านไปสู่รอบถัดไปตามคาด

รายชื่อนักฟุตบอลทั้งคู่กลุ่ม

แอสตัน วิลล่า (4-5-1) : อากอส โอโนดี้ – มุนโก บริดจ์, โดมินิค เรวาน, เจค วอล์คเกอร์ (เอ็ดเวิร์ด โรว์ น.75), คัลลัม โรว์ (สิล สวินเคิ่ลส์ น.75) – ไคน์ เฮย์เดน, เบนจามิน คริสเซน (บาร์ด ยัง น.61), อาร์ยาน ไลกี้ห์ (แฮร์ริสัน โชน่าห์ น.65), ลามาร์ โบการ์เด (ฮายเด้น ลินด์เล่ย์ น.66), มามาดู ซิลล่า – ลู แบร์รี่
กุนซือ : มาร์ค เดลานี่ย์

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ควีวิน เคลเลเฮอร์ – เนโก้ วิลเลี่ยมส์, รีห์ส วิลเลียมส์, ฟาบินโญ่, เจมส์ มิลเนอร์ – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ติอาโก้ อัลกันตาร่า น.46), เคอร์ติส โจนส์ (โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ น.61), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม – ทาคุมิ มินามิโนะ (เชอร์ดาน ชากิรี่ น.61), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.74), ซาดิโอ มาเน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.74)
กุนซือ : เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน

 

ติดตามข่าวได้ที่

เว็บข่าวกีฬา

Facebook Fanpage

sportsnews891